Blockchain ช่วยธุรกิจพลังงานอะไรได้บ้าง: เกณฑ์เลือกโครงการ ระบบ และงบประมาณ

webmaster

에너지 블록체인 응용 - Photorealistic solar energy blockchain application scene in Thailand, a modern Bangkok apartment roo...

Blockchain อาจช่วยบันทึกธุรกรรมพลังงาน ติดตามใบรับรองพลังงานหมุนเวียน และจัดการข้อมูลจากมิเตอร์ได้ แต่ไม่เหมาะกับทุกกรณี บทความนี้สรุปกรณีใช้จริง เกณฑ์เทียบระบบ ต้นทุนที่ควรถาม และความเสี่ยงก่อนเริ่มโครงการในไทย

에너지 블록체인 응용 관련 이미지 1

บล็อกเชนมีประโยชน์กับงานพลังงานเมื่อหลายฝ่ายต้องใช้ข้อมูลชุดเดียวกันและต้องตรวจสอบที่มาหรือย้อนหลังได้ ไม่ใช่คำตอบที่คุ้มค่าสำหรับทุกธุรกิจเสมอไป. หากเป้าหมายคือรวมข้อมูลใช้ไฟฟ้าภายในองค์กรเดียว ระบบจัดการพลังงานหรือฐานข้อมูลทั่วไปอาจเริ่มได้ง่ายกว่า.

แต่โครงการที่เกี่ยวข้องกับโซลาร์หลายจุด มิเตอร์อัจฉริยะ ใบรับรองพลังงานหมุนเวียน หรือผู้เกี่ยวข้องหลายราย ควรประเมิน Permissioned blockchain เพิ่มเติม.

ก่อนเลือกแพลตฟอร์ม ควรถามให้ครบทั้งค่ามิเตอร์ IoT การเชื่อมต่อ ระบบคลาวด์ ความปลอดภัย และค่าดูแลระบบรายปี. การขอใบเสนอราคาที่เปรียบเทียบขอบเขตงานเดียวกันจะช่วยให้ตัดสินใจได้ชัดกว่าการดูราคาเริ่มต้นเพียงอย่างเดียว.

สรุปแบบรวดเร็ว

  • Blockchain เหมาะ เมื่อมีหลายฝ่ายต้องยืนยันข้อมูลพลังงานชุดเดียวกันและต้องตรวจสอบย้อนหลังได้
  • ฐานข้อมูลทั่วไปอาจเพียงพอ หากข้อมูลอยู่ในองค์กรเดียวและไม่มีความจำเป็นต้องแบ่งสิทธิ์ให้หลายหน่วยงาน
  • ก่อนลงทุน ให้ตรวจคุณภาพข้อมูลจากสมาร์ตมิเตอร์ ระบบ IoT และระบบจัดการพลังงาน เพราะบล็อกเชนไม่ทำให้ข้อมูลจากโลกจริงถูกต้องขึ้นเอง
เกณฑ์ตัดสินใจ ฐานข้อมูลศูนย์กลาง Permissioned blockchain Public blockchain
เหมาะกับใคร องค์กรเดียวหรือทีมที่ใช้ระบบเดียวกัน หลายองค์กรที่ต้องกำหนดสิทธิ์และกติกากลาง กรณีที่ต้องการใช้เครือข่ายสาธารณะตามเงื่อนไขโครงการ
ความเป็นส่วนตัว กำหนดได้จากผู้ดูแลระบบ กำหนดสิทธิ์ผู้เข้าถึงได้ชัดเจน ต้องพิจารณารูปแบบข้อมูลและความเหมาะสมอย่างรอบคอบ
การกำกับดูแล ตัดสินใจโดยเจ้าของระบบ กำหนดบทบาทและข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมได้ ขึ้นกับเครือข่ายและรูปแบบการใช้งาน
ต้นทุนที่ควรถาม ซอฟต์แวร์ คลาวด์ การเชื่อมต่อ และค่าดูแล แพลตฟอร์ม โหนด ระบบสิทธิ์ การเชื่อมต่อ และค่าดูแล ค่าธรรมเนียมธุรกรรม โครงสร้างพื้นฐาน การเชื่อมต่อ และค่าดูแล
จุดที่ต้องระวัง การตรวจสอบข้ามองค์กรอาจต้องออกแบบกระบวนการเพิ่ม ต้องตกลงสิทธิ์ หน้าที่ และผู้รับผิดชอบข้อมูลให้ชัด ค่าธรรมเนียมและเงื่อนไขเครือข่ายอาจเปลี่ยนแปลงได้
Advertisement

Blockchain แก้ปัญหาในงานพลังงานได้จริงแค่ไหน

คำตอบสั้น: เหมาะเมื่อหลายฝ่ายต้องใช้ข้อมูลชุดเดียวกันและต้องตรวจสอบย้อนหลัง

แก่นของบล็อกเชนคือระบบบันทึกข้อมูลร่วมกันที่ช่วยให้ตรวจสอบลำดับรายการและการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตามสิทธิ์ที่กำหนด จึงมีความหมายในโครงการพลังงานที่ไม่ได้มีเพียงผู้ดูแลระบบคนเดียว เช่น เจ้าของโครงการ ผู้ใช้ไฟฟ้า ผู้ให้บริการมิเตอร์ ผู้รับวางระบบ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบข้อมูล

หากโจทย์คือ “ใครส่งข้อมูลอะไร เมื่อใด และมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่” ระบบลักษณะนี้อาจช่วยออกแบบกระบวนการให้ตรวจสอบได้ง่ายขึ้น แต่หากทุกข้อมูลอยู่กับฝ่ายเดียวและไม่มีข้อพิพาทเรื่องการเข้าถึงข้อมูล ระบบฐานข้อมูลศูนย์กลางที่มีการกำหนดสิทธิ์ดี อาจตอบโจทย์กว่าและจัดการได้ตรงกว่า

งานที่มักเริ่มต้นได้ดี: ติดตามข้อมูลมิเตอร์ ใบรับรองพลังงาน และการชำระบัญชี

งานเริ่มต้นที่ควรพิจารณาคือการติดตามข้อมูลการผลิตและใช้ไฟฟ้าจากมิเตอร์อัจฉริยะ การบันทึกข้อมูลที่เกี่ยวกับใบรับรองพลังงานหมุนเวียน และการจัดระเบียบธุรกรรมระหว่างผู้เกี่ยวข้องในโครงการพลังงานกระจายศูนย์

Smart contract สามารถทำงานตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ล่วงหน้าได้ เช่น ขั้นตอนการบันทึกหรือการส่งต่อข้อมูลตามสิทธิ์ อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์จะน่าเชื่อถือเพียงใดขึ้นกับข้อมูลที่ป้อนเข้าระบบเป็นสำคัญ จึงต้องกำหนดกติกาเรื่องแหล่งข้อมูล การตรวจสอบมิเตอร์ และผู้รับผิดชอบกรณีข้อมูลผิดพลาดไว้ก่อน

กรณีที่ระบบฐานข้อมูลทั่วไปอาจตอบโจทย์กว่า

ถ้าองค์กรต้องการเพียงแดชบอร์ดดูการใช้ไฟฟ้าของอาคารหรือหลายสาขา และมีผู้ดูแลข้อมูลหลักเพียงฝ่ายเดียว การเริ่มจากซอฟต์แวร์จัดการพลังงาน เชื่อมกับมิเตอร์และระบบ IoT อาจเป็นทางเลือกที่ง่ายกว่า บล็อกเชนไม่ควรถูกนำมาใช้เพียงเพราะเป็นเทคโนโลยีใหม่

คำถามที่ควรถามก่อนคือ มีหลายฝ่ายที่ไม่สามารถให้ฝ่ายเดียวเป็นผู้ถือข้อมูลทั้งหมดหรือไม่ ต้องการหลักฐานการเปลี่ยนแปลงข้อมูลย้อนหลังจริงหรือไม่ และต้นทุนการเชื่อมต่อระบบคุ้มกับปัญหาที่ต้องแก้หรือไม่ หากคำตอบยังไม่ชัด ควรเริ่มจากการจัดระเบียบข้อมูลและระบบจัดการพลังงานก่อน

Advertisement

เปรียบเทียบทางเลือกของระบบก่อนลงทุน

Public blockchain, Permissioned blockchain และฐานข้อมูลศูนย์กลางต่างกันอย่างไร

ฐานข้อมูลศูนย์กลาง ให้ผู้ดูแลระบบเป็นผู้กำหนดโครงสร้างข้อมูลและสิทธิ์เข้าถึง เหมาะกับงานภายในองค์กร ส่วน Permissioned blockchain เปิดให้กำหนดได้ว่าใครเข้าร่วม เห็นข้อมูลใด และมีสิทธิ์ทำรายการระดับใด จึงเหมาะกับโครงการที่ต้องมีรูปแบบกำกับดูแลระหว่างหลายฝ่ายชัดเจน

สำหรับ Public blockchain ต้องพิจารณาเป็นรายรูปแบบใช้งาน เพราะความเป็นส่วนตัว ค่าธรรมเนียมธุรกรรม และต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานอาจแตกต่างกัน รวมถึงอาจเปลี่ยนไปตามเครือข่ายและปริมาณการใช้งาน การนำข้อมูลการใช้ไฟฟ้าหรือข้อมูลธุรกิจขึ้นระบบควรพิจารณาสิทธิ์เข้าถึงและการเปิดเผยข้อมูลอย่างรอบคอบ

ตารางเทียบความเป็นส่วนตัว ความเร็ว ค่าดำเนินงาน และความง่ายในการตรวจสอบ

อย่าเลือกแพลตฟอร์ม blockchain สำหรับองค์กรจากคำว่า “กระจายศูนย์” เพียงอย่างเดียว ให้เทียบจากสี่แกนหลัก ได้แก่ ระดับความเป็นส่วนตัว ความเร็วที่กระบวนการต้องการ ภาระค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง และรูปแบบการตรวจสอบย้อนหลัง โดยเฉพาะโครงการที่มีข้อมูลจากสมาร์ตมิเตอร์จำนวนมาก ควรถามผู้รับวางระบบว่าข้อมูลใดจะเก็บไว้ที่ใด ข้อมูลใดต้องส่งต่อ และจะตรวจสอบความครบถ้วนของข้อมูลอย่างไร

ต้นทุนที่ควรถามให้ครบ: มิเตอร์ IoT คลาวด์ การเชื่อมต่อ และค่าดูแล

ใบเสนอราคาที่ดีไม่ควรระบุเพียงค่าแพลตฟอร์ม ควรแยกขอบเขตงานของมิเตอร์อัจฉริยะ อุปกรณ์ IoT การติดตั้ง การเชื่อมต่อเครือข่าย ระบบคลาวด์ การเชื่อมต่อกับ ERP หรือระบบจัดการพลังงานเดิม การตั้งค่าสิทธิ์ ความปลอดภัย และค่าดูแลรายปี

หากมีการใช้เครือข่ายที่คิดค่าธรรมเนียมธุรกรรม ควรถามสมมติฐานการใช้งานที่ผู้ให้บริการใช้คำนวณด้วย เพราะค่าธรรมเนียมและต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานของแต่ละเครือข่ายแตกต่างกันได้ การเปรียบเทียบราคาโดยไม่เทียบขอบเขตงานอาจทำให้เห็นต้นทุนจริงไม่ครบ

Advertisement

กรณีใช้งานสำหรับธุรกิจพลังงานและพลังงานหมุนเวียน

ติดตามการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์และการใช้ไฟฟ้าหลายสาขา

ธุรกิจที่มีระบบโซลาร์หรือมีหลายสาขาอาจต้องการเห็นข้อมูลการผลิตและการใช้ไฟฟ้าในรูปแบบที่ตรวจสอบได้ จุดเริ่มต้นคือทำให้ข้อมูลจากมิเตอร์อัจฉริยะและระบบจัดการพลังงานอยู่ในมาตรฐานเดียวกันก่อน จากนั้นจึงประเมินว่ามีผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่ายมากพอที่จะต้องใช้ระบบบันทึกข้อมูลร่วมกันหรือไม่

ประเด็นสำคัญไม่ใช่แค่การแสดงผลบนแดชบอร์ด แต่คือ ข้อมูลมาจากอุปกรณ์ใด ใครตรวจสอบได้ และเมื่อข้อมูลขาดหายจะจัดการอย่างไร ผู้ให้บริการระบบจัดการพลังงานควรอธิบายส่วนนี้ในข้อเสนอได้ชัดเจน

จัดการข้อมูลใบรับรองพลังงานหมุนเวียนและการตรวจสอบย้อนหลัง

การจัดการข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับใบรับรองพลังงานหมุนเวียนเป็นกรณีที่ต้องให้ความสำคัญกับลำดับข้อมูลและหลักฐานการตรวจสอบย้อนหลัง บล็อกเชนอาจเป็นส่วนหนึ่งของสถาปัตยกรรมข้อมูลได้ หากช่วยกำหนดบทบาทของผู้บันทึก ผู้ตรวจสอบ และผู้เข้าถึงข้อมูลได้เหมาะสม

อย่างไรก็ดี การออกใบรับรองพลังงาน การเชื่อมต่อโครงข่าย และรูปแบบการซื้อขายไฟฟ้าอาจอยู่ภายใต้กฎ ระเบียบ หรือเงื่อนไขของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในไทย จึงต้องตรวจสอบความพร้อมของรูปแบบโครงการและการอนุญาตก่อนออกแบบระบบ ไม่ควรถือว่าเทคโนโลยีสามารถแทนข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องได้

จัดการธุรกรรมระหว่างผู้เกี่ยวข้องในโครงการพลังงานกระจายศูนย์

โครงการพลังงานกระจายศูนย์มักมีผู้เกี่ยวข้องหลายบทบาท การมีบันทึกธุรกรรมร่วมกันอาจช่วยให้การกระทบยอดข้อมูลเป็นระบบมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อแต่ละฝ่ายต้องอ้างอิงข้อมูลการผลิต การใช้ หรือสถานะรายการเดียวกัน

แต่การซื้อขายไฟฟ้าและการเชื่อมต่อโครงข่ายไม่ใช่เรื่องที่ตัดสินได้ด้วยระบบเทคนิคเพียงอย่างเดียว ต้องตรวจสอบเงื่อนไขที่ใช้บังคับกับพื้นที่และรูปแบบโครงการก่อนเสมอ รวมถึงกำหนดความรับผิดชอบเมื่อข้อมูลจากมิเตอร์หรืออุปกรณ์เชื่อมต่อไม่สมบูรณ์

Advertisement

ขั้นตอนเริ่มโครงการและจุดเสี่ยงที่มักถูกมองข้าม

กำหนดปัญหาธุรกิจและ KPI ก่อนเลือกเทคโนโลยี

เริ่มจากปัญหาที่ต้องการแก้ เช่น ต้องการลดเวลาการกระทบยอดข้อมูล ต้องการติดตามข้อมูลจากหลายสาขา หรือต้องการให้หลายองค์กรตรวจสอบรายการเดียวกัน จากนั้นกำหนด KPI ที่วัดได้จากกระบวนการ ก่อนพูดถึงชนิดของบล็อกเชน

โครงการนำร่องควรมีขอบเขตเล็กพอจะตรวจสอบข้อมูลได้จริง เลือกกรณีใช้งานเดียว กำหนดผู้ใช้ที่ชัดเจน และวางเงื่อนไขการตัดสินใจว่าจะขยายระบบหรือปรับเปลี่ยนแนวทางเมื่อใด วิธีนี้ช่วยลดความเสี่ยงจากการลงทุนใหญ่เกินความจำเป็น

ตรวจคุณภาพข้อมูลจากมิเตอร์และความปลอดภัยของอุปกรณ์ IoT

에너지 블록체인 응용 관련 이미지 2

บล็อกเชนตรวจสอบลำดับของข้อมูลที่ส่งเข้ามาได้ตามการออกแบบ แต่ไม่ได้ยืนยันว่าตัวเลขจากโลกจริงถูกต้องโดยอัตโนมัติ หากมิเตอร์ตั้งค่าไม่ถูกต้อง อุปกรณ์ IoT ส่งข้อมูลผิด หรือระบบเชื่อมต่อขาดช่วง ข้อมูลที่บันทึกต่อไปก็อาจมีปัญหาได้

ควรถามผู้รับวางระบบถึงวิธีตรวจสอบคุณภาพข้อมูล การแจ้งเตือนเมื่อข้อมูลผิดปกติ การจัดการข้อมูลขาดหาย และแนวทางป้องกันการเข้าถึงอุปกรณ์โดยไม่ได้รับอนุญาต จุดนี้มักสำคัญกว่าการเลือกชื่อแพลตฟอร์มเสียอีก

กำหนดสิทธิ์ผู้ใช้งาน การเก็บข้อมูล และผู้รับผิดชอบเมื่อข้อมูลผิดพลาด

ก่อนเปิดใช้งาน ต้องระบุว่าใครบันทึกข้อมูล ใครอ่านข้อมูล ใครอนุมัติรายการ และใครแก้ไขข้อมูลประกอบเมื่อพบข้อผิดพลาด สำหรับ Permissioned blockchain ควรระบุรูปแบบการกำกับดูแลและสิทธิ์ของผู้เข้าร่วมให้เป็นลายลักษณ์อักษร

ควรตรวจด้วยว่าระบบจะเชื่อมกับมิเตอร์เดิม ระบบ ERP และซอฟต์แวร์จัดการพลังงานอย่างไร เพราะความเข้ากันได้ของระบบเดิมกับแพลตฟอร์มที่เลือกเป็นเรื่องที่ต้องยืนยันจากผู้ให้บริการ ไม่ควรคาดเดาจากเอกสารการตลาดเพียงอย่างเดียว

Advertisement

เลือกแนวทางตามขนาดองค์กรและเป้าหมาย

อาคารหรือธุรกิจหลายสาขาที่ต้องการเห็นข้อมูลพลังงานรวม

กรณีนี้ควรเริ่มจากการตรวจว่ามิเตอร์ อุปกรณ์ IoT และระบบจัดการพลังงานส่งข้อมูลในรูปแบบที่รวมกันได้หรือไม่ หากเป้าหมายหลักคือมองเห็นข้อมูลรวมและวิเคราะห์การใช้ไฟฟ้า ระบบจัดการพลังงาน อาจเป็นฐานที่เหมาะสมก่อน แล้วจึงพิจารณาบล็อกเชนเมื่อมีความจำเป็นด้านการใช้ข้อมูลร่วมกันระหว่างหลายฝ่าย

ผู้พัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนที่ต้องการหลักฐานตรวจสอบได้

ผู้พัฒนาโครงการที่ต้องจัดการข้อมูลการผลิตหรือหลักฐานประกอบการตรวจสอบ อาจประเมิน Permissioned blockchain เพื่อออกแบบสิทธิ์การเข้าถึงและเส้นทางการตรวจสอบข้อมูล แต่ควรแยกให้ชัดระหว่าง “ระบบเก็บหลักฐาน” กับ “ข้อกำหนดของใบรับรองหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง” เพราะทั้งสองส่วนต้องดำเนินการให้สอดคล้องกัน

โครงการนำร่องที่ต้องพิสูจน์ความคุ้มค่าก่อนขยายระบบ

โครงการนำร่องที่ดีไม่จำเป็นต้องครอบคลุมทุกสาขาหรือทุกมิเตอร์ตั้งแต่แรก เลือกข้อมูลชุดเดียว ผู้เกี่ยวข้องจำนวนจำกัด และกระบวนการที่มีปัญหาชัดเจน เช่น การกระทบยอดข้อมูลระหว่างคู่สัญญา แล้วทดสอบทั้งคุณภาพข้อมูล การตั้งสิทธิ์ และภาระการดูแลระบบ

เมื่อประเมินข้อเสนอ ควรดูว่าผู้ให้บริการแพลตฟอร์มและผู้รับวางระบบรองรับการขยายในอนาคตอย่างไร โดยไม่ละเลยค่าเชื่อมต่อ ค่าคลาวด์ และค่าดูแลที่อาจเกิดขึ้นต่อเนื่อง

Advertisement

เกณฑ์เลือกและสรุปเปรียบเทียบก่อนขอใบเสนอราคา

คำถาม 7 ข้อสำหรับประเมินผู้ให้บริการแพลตฟอร์มและผู้รับวางระบบ

  1. ปัญหาธุรกิจใดที่ระบบนี้แก้ได้ และส่วนใดที่ยังต้องใช้กระบวนการเดิม?
  2. ข้อมูลจากสมาร์ตมิเตอร์และอุปกรณ์ IoT จะถูกตรวจคุณภาพก่อนบันทึกอย่างไร?
  3. ระบบเชื่อมต่อกับระบบจัดการพลังงาน ระบบ ERP และมิเตอร์เดิมได้อย่างไร?
  4. ใครมีสิทธิ์ดู บันทึก อนุมัติ หรือจัดการข้อมูลแต่ละประเภท?
  5. ต้นทุนใดรวมอยู่ในข้อเสนอแล้ว และต้นทุนใดเป็นค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง?
  6. หากข้อมูลขาดหายหรือผิดพลาด ผู้ให้บริการมีขั้นตอนรับผิดชอบและแก้ไขอย่างไร?
  7. ข้อเสนอรองรับการเพิ่มจุดวัด ผู้ใช้ หรือการเชื่อมต่อระบบในอนาคตอย่างไร?

สัญญาณว่าควรเริ่มจากระบบจัดการพลังงานก่อน Blockchain

หากองค์กรยังไม่ทราบว่าข้อมูลการใช้ไฟฟ้ามาจากจุดใด มิเตอร์ส่งข้อมูลสม่ำเสมอหรือไม่ หรือยังไม่มีผู้รับผิดชอบข้อมูลที่ชัดเจน ควรจัดการพื้นฐานเหล่านี้ก่อน นอกจากนี้ หากไม่มีความจำเป็นให้หลายองค์กรใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน ฐานข้อมูลศูนย์กลางและซอฟต์แวร์จัดการพลังงานอาจเหมาะกับระยะเริ่มต้นมากกว่า

วิธีเปรียบเทียบขอบเขตงาน ราคา ค่าบำรุงรักษา และการรองรับในอนาคต

ขอให้ผู้ให้บริการแยกข้อเสนอเป็นหมวดอุปกรณ์ มิเตอร์ IoT การติดตั้ง การเชื่อมต่อ ระบบคลาวด์ แพลตฟอร์ม blockchain ความปลอดภัย การเชื่อมต่อระบบเดิม และการดูแลรายปี จากนั้นเปรียบเทียบว่าทุกรายรวมงานส่วนเดียวกันหรือไม่

อย่าตัดสินจากค่าเริ่มต้นเพียงส่วนเดียว ควรพิจารณาความชัดเจนของขอบเขตงาน วิธีรับมือข้อมูลผิดพลาด และความสามารถในการกำกับสิทธิ์ผู้ใช้งานร่วมกันด้วย

Advertisement

เลือกเกณฑ์และเปรียบเทียบข้อเสนอ

เช็กก่อนตัดสินใจ 5 เรื่อง: ปัญหาที่ต้องแก้มีหลายฝ่ายเกี่ยวข้องจริงหรือไม่, ข้อมูลจากมิเตอร์มีคุณภาพเพียงพอหรือไม่, ต้องการความเป็นส่วนตัวระดับใด, ค่าเชื่อมต่อและค่าดูแลรวมอยู่ในข้อเสนอหรือไม่, และรูปแบบโครงการสอดคล้องกับกฎหรือเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องหรือไม่

เมื่อขอใบเสนอราคาซอฟต์แวร์จัดการพลังงานหรือแพลตฟอร์ม blockchain สำหรับองค์กร ให้ขอเอกสารที่ระบุขอบเขตการเชื่อมต่อมิเตอร์ IoT ระบบคลาวด์ การตั้งสิทธิ์ และบริการหลังติดตั้งอย่างชัดเจน รายละเอียดเงื่อนไขและขอบเขตบริการควรตรวจสอบจากหน้าข้อมูลอย่างเป็นทางการของผู้ให้บริการ

Advertisement

สรุปท้ายบทความ

Blockchain ในงานพลังงานควรถูกเลือกจากปัญหาธุรกิจ ไม่ใช่จากกระแสเทคโนโลยี หากหลายฝ่ายต้องใช้ข้อมูลร่วมกันและต้องตรวจสอบย้อนหลัง ระบบแบบ Permissioned อาจเป็นทางเลือกที่ควรประเมิน แต่หากต้องการเพียงรวมข้อมูลการใช้ไฟฟ้าภายในองค์กร ระบบจัดการพลังงานและฐานข้อมูลทั่วไปอาจเหมาะกว่า

สิ่งที่ควรทำก่อนคือยกระดับคุณภาพข้อมูลจากมิเตอร์ กำหนดผู้รับผิดชอบ และเปรียบเทียบข้อเสนอโดยมองต้นทุนตลอดการใช้งาน ไม่ใช่เฉพาะค่าเริ่มต้น

Advertisement

ข้อมูลที่ควรรู้เพิ่มเติม

1. Smart contract ทำงานตามเงื่อนไขที่ตั้งไว้ แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาข้อมูลต้นทางที่ผิดได้เอง
2. Permissioned blockchain ช่วยกำหนดสิทธิ์และรูปแบบกำกับดูแลได้ชัดเจนในบางกรณี
3. ค่าธรรมเนียมธุรกรรมและต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานอาจต่างกันตามเครือข่ายและรูปแบบใช้งาน
4. การซื้อขายไฟฟ้าและการเชื่อมต่อโครงข่ายอาจมีเงื่อนไขที่ต้องตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ข้อควรระวังสำคัญ

ต้นทุนรวม ระยะเวลาคืนทุน ความเข้ากันได้กับระบบเดิม ความพร้อมของกฎระเบียบ และขอบเขตการรับประกันบริการ เป็นประเด็นที่ต้องตรวจสอบเป็นรายโครงการ บทความนี้ไม่อาจใช้ยืนยันว่าระบบใดเหมาะกับทุกพื้นที่หรือทุกธุรกิจได้ การตัดสินใจควรอ้างอิงข้อเสนอทางเทคนิค เงื่อนไขบริการ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องในช่วงเวลานั้น

คำถามที่พบบ่อย

Q1. ธุรกิจขนาดเล็กจำเป็นต้องใช้ Blockchain สำหรับจัดการพลังงานหรือไม่?

A1. ไม่จำเป็นเสมอไป หากเป็นการติดตามข้อมูลภายในองค์กรเดียว ระบบจัดการพลังงานหรือฐานข้อมูลทั่วไปอาจเพียงพอ ควรพิจารณาบล็อกเชนเมื่อมีหลายฝ่ายต้องใช้และตรวจสอบข้อมูลชุดเดียวกัน

Q2. การใช้ Blockchain กับสมาร์ตมิเตอร์มีค่าใช้จ่ายส่วนใดบ้างที่ควรขอรายละเอียด?

A2. ควรถามรายละเอียดเรื่องมิเตอร์อัจฉริยะ อุปกรณ์ IoT การติดตั้ง การเชื่อมต่อเครือข่าย ระบบคลาวด์ แพลตฟอร์ม ความปลอดภัย การเชื่อมต่อระบบเดิม ค่าธรรมเนียมธุรกรรมหากมี และค่าดูแลรายปี

Q3. ข้อมูลการใช้ไฟฟ้าบน Blockchain ปลอดภัยและเป็นส่วนตัวแค่ไหน?

A3. ขึ้นกับรูปแบบระบบ การตั้งสิทธิ์ และวิธีเชื่อมต่อข้อมูล Permissioned blockchain ช่วยกำหนดสิทธิ์ผู้เข้าถึงได้ชัดเจนในบางกรณี แต่ยังต้องตรวจสอบความปลอดภัยของมิเตอร์ อุปกรณ์ IoT ระบบเชื่อมต่อ และนโยบายการเก็บข้อมูลร่วมกันด้วย